สวัสดีค่ะทุกคน
ตอนนี้อากาศที่เมืองไทยเริ่มเย็นลงแล้วรึยังคะ ตอนนี้ที่ Orlando, Florida ก็เริ่มหนาวแล้วค่ะ บางวันหนาวจนต้องเอาเสื้อโค้ตออกมาใส่เลยทีเดียว นี่ก็เพิ่งจะผ่าน Daylight Saving ไปทำให้ตอนนี้เวลาที่นี่กับที่เมืองไทย ห่างกัน 12 ชั่วโมงเป๊ะค่ะ วันนี้มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วค่ะ
.
เรื่องแรกคือเรื่อง “Quiet!” ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้ตอนที่แพรวกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของโรงแรมแล้วก็ห้องพักในตึกที่แพรวดูแลอยู่ ก็ปรากฏว่ามีแขกกลุ่มนึงเป็นผู้ชายคนนึง ผู้หญิง 2 คน ค่อนข้างจะสูงอายุแล้ว เดินมาด้วยกันด้วยความว่าแพรวเพิ่งจะเปิดประตูห้อง แล้วก็โผล่หน้าออกมาเจอเค้าตอนที่เค้าเดินผ่านหน้าห้องไปพอดี แพรวเลยไม่ทันได้ทักทายว่า “อะโลฮ่า” ตามประสาคอนเซ็ปต์ชาวเกาะของโรงแรมก็เลยก้มหน้าก้มตากรอกเอกสารในมือต่อไป ในขณะนั้นเอง วิทยุสื่อสาร (หรือวอนั่นเอง) ของแพรวก็ดังขึ้นโดยเป็นเสียงของ manager ท่านนึงเรียก manager อีกท่านนึง พอเสียงเรียกในวอจบปุ๊บ แพรวก็ได้ยินเสียงผู้หญิงจากอีกฝากนึงของทางเดินตะโกนกลับมาว่า “quiet!” ตอนแรกแพรวได้ยินก็นึกว่าเค้าไม่ได้พูดกับแพรว แพรวก็ไม่คิดอะไรเดินไปเคาะประตูห้องถัดไป ปรากฏว่าผู้หญิงคนเดิมก็พูดย้ำอีกว่า ” quiet! quiet!” น้ำเสียงดุดันทีเดียว งานนี้ก็งงสิคะ อะไรนะ (วะ) นี่เราเสียงดังขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เที่ยวนี้แพรวเหลียวซ้าย แลขวาแถวนั้นไม่มีใครแล้วนอกจากแพรวกับแขกกลุ่มนี้ที่ยืนอยู่หน้าห้องเค้า แพรวก็เลยคิดว่าเป็นเราแน่เลย ก็เลยไม่ค๊งไม่เคาะประตูแล้วรีบหยิบ key card มาพยายามเปิดประตูห้องตรงหน้าใหญ่เลย วอก้อดันไม่เป็นใจอีก manager คนที่ถูกเรียกเมื่อกี๊นี้ตอบกลับ manager อีกคนพอดีเสียงดังลั่นเลย แพรวต้องรีบเอามือที่ถือกุญแจมาเบาเสียงวอจ้าละหวั่น ในที่สุดแขกกลุ่มนั้นก็เปิดประตูห้องพักของตัวเองได้
ปรากฏว่าพอประตูเปิดปุ๊บก็มีน้องหมา 4 ตัวกระโจนออกมาจากห้องพักเข้าใส่แขก 3 คนนั้นใหญ่เลย ทั้งเลียทั้งเห่า แล้วแขกคนเดิมก็พูดอีกว่า “quiet! quiet!” แล้วแขกทั้งสามคนก็จูงน้องหมาทั้ง 4 ตัวออกไปทางอีกฝั่งหนึ่งของตึกค่ะ อ้อ…สรุปว่าตั้งแต่แรกเค้าไม่ได้พูดกับแพรวค่ะ แต่เค้าพูดกับหมาของเค้าที่ตะกุยอยู่หลังประตูพอมันได้กลิ่นเจ้าของเดินกลับมาที่ห้อง ส่วนแพรวก็ลืมไปเลยว่า ตัวเองยืนอยู่ใน pet section คือห้องพักโรงแรมที่เค้าอนุญาตให้แขกเอาสัตว์เลี้ยงเข้ามาพักในห้องกับเจ้าของได้ค่ะ แฮ่ะๆๆ ตกใจอยู่ตั้งนาน นึกว่าเค้าว่าเราเสียงดัง เฮ้ออออ…

เรื่องที่สองค่ะเป็นเรื่องที่ต้องทำใจอีกแล้ว เพราะว่าวันนี้แพรวต้องดูแลตึกของ manager คนนึงที่วันนี้เค้าหยุด แล้ว ตึกของเค้าก็เป็นที่เลื่องชื่อว่าสกปรกที่สุดในบรรดา 6 ตึกของโรงแรม เพราะ manager เองไม่ได้รู้สึกรักหรือต้องการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็ปล่อยปะละเลยไม่ดูแลอย่างจริงจัง พลอยทำให้แม่บ้านที่ประจำอยู่ตึกนี้พลอยขี้เกียจกันไปด้วย แพรวก็ได้แต่บอกตัวเองว่าก็ต้องทำตามหน้าที่ค่ะ โรงแรมเค้าจ้างให้เราทำหน้าที่ของเรา เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดว่าแล้วก็เริ่มทำหน้าที่ตามปกติแต่เช้า แต่ที่เป็นพิเศษหน่อยก็คือแพรวกำชับแม่บ้าน 2 คนที่ขึ้นตรงกับแพรววันนี้ว่าให้ทำความสะอาดให้ดีนะคะโดยเฉพาะฝุ่นตามโคมไฟ เช้านี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรนะคะ พอตกบ่ายๆ ก็มีคุณแม่บ้านคนนึงค่ะ โทรศัพท์มาบอกแพรวว่า โอ๊ยยย ทำไม่ไหวแล้ว ทำไมให้ห้อง check out เค้าเยอะแบบนี้ นี่เหลืออีกตั้งหลายห้องที่ยังทำไม่เสร็จ ทำเสร็จไม่ทันหรอกสี่โมงครึ่งน่ะ ช่วยยกเลิกบางห้องให้หน่อยได้มั้ย (หมายถึงว่าให้ยกเว้นบางห้องว่าไม่ต้องให้เค้าทำความสะอาดได้มั้ย)
แพรวก็งงสิคะ เพราะว่าปกติแม่บ้านคนนี้เนี่ยเป็นหนึ่งในแม่บ้านที่ทำความสะอาดเร็วที่สุด ไม่เกินสามโมงครึ่งก็จะเสร็จหมดแล้วลงมากินน้ำกินขนมจนสึ่โมงครึ่งแล้วถึงกลับบ้าน (แต่ผลงานที่ออกมาไม่ไหวมากค่ะ แพรวเคยตรวจห้องที่เค้าทำความสะอาดมาแล้ว) วันนี้แพรวเลยขึ้นไปเช็คห้องที่เค้าทำความสะอาดปรากฏว่าก็สะอาดกว่าปกติที่เค้าทำเยอะเลยค่ะ ถึงไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมถึงยังเหลือห้องอีกเยอะแยะที่ยังไม่เสร็จ ก็เพราะว่าครั้งนี้ทำสะอาดจริง มันถึงต้องใช้เวลาไงคะ
แพรวก็โทร.ลงมาถามหัวหน้าแพรวอีกทีนึงว่าเอาไงดี ให้ drop ห้องให้เค้าได้มั้ย หัวหน้าแพรวก็บอกว่าแพรวอย่า drop แพรวก็เลยโทร.บอกเค้าว่า drop ให้ไม่ได้ เท่านั้นแหล่ะค่ะสี่โมงครึ่งเค้าก็ลงมาทีhousekeeping office มาคุยกับหัวหน้าแพรว ร้องห่มร้องไห้แล้วก็พูดเป็นภาษา Spanish ใหญ่เลย ในที่สุดหัวหน้าแพรวก็มาบอกแพรวว่า เค้ายอม drop ห้องให้ แพรวก็ถามว่าแล้วเค้าร้องไห้ทำไมแล้วเค้าพูดอะไรเยอะแยะ หัวหน้าแพรวก็บอกว่าเค้าบ่นว่าทำไมตอนเค้าทำงานกับ manager ปกติของเค้า ไม่เห็นมีปัญหา ไม่เห็นจะเคยได้ห้อง checkout เยอะขนาดนี้ ไม่เห็นต้องทำสะอาดขนาดนี้ (อ้าว?!) ทำไมแพรวต้องไปจี้เค้าแบบนี้ …ฟังจบแพรวก็เซ็งเลยค่ะ อ้าว!!!!
.
แพรวทำหน้าที่ของแพรว คือ ต้องดูแลให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องให้ดีที่สุดเพื่อที่แขกที่จ่ายค่าห้องพักคืนละ 300 เหรียญได้สิ่งที่ดีที่สุด เค้าจะได้ประทับใจแล้วกลับมาพักที่โรงแรมอีก กลายเป็นว่าเราไปสร้างความลำบากใจให้แม่บ้านพวกนี้อีก แพรวก็ลำบากใจแล้วก็เจื่อนค่ะ รู้สึกผิดทั้งๆที่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร รู้สึกว่าไม่อยากจะไปตามจี้ เข้มงวดกับคนพวกนี้อีกแล้ว ปล่อยให้มันสกปรกไปอย่างนี้แหล่ะ สุดท้าย หัวหน้าแพรวก็บอกว่า แพรวทำถูกแล้วค่ะ พรุ่งนี้จะจับให้เค้าทำงานกับแพรวอีก แล้วก็ให้แพรวเข้มเหมือนเดิม ดูสิว่าเค้าจะว่ายังไง แพรวได้คุยกับ manager อีกคนนึง เค้าก็บอกว่าไม่ต้องกังวลคนพวกนี้ขี้เกียจจนเคยตัว เราเป็น supervisor มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำเต็มที่ ไม่ต้องไปกลัวมีปัญหากับแม่บ้านค่ะ ถ้ามีอะไรขึ้นเค้าช่วยเต็มที่ ขอแค่เรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และพูดอะไรออกไปเท่านั้นก็พอ ฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยเตือนสติเราว่า อย่าให้ความรู้สึกลำบากใจ (ที่เราไม่ควรจะรู้สึก) มาทำให้เราทำงานด้อยประสิทธิภาพลง
.
สรุปแล้ว…พรุ่งนี้ก็ต้องสู้ค่ะ!
แพรว Fight to!
ให้ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
Comments RSS TrackBack Identifier URI
