15 มกราคม 2552

สวัสดีค่ะ

อีเมล์ฉบับนี้เป็นอีเมล์สุดท้ายก่อนที่แพรวต้องลงร่ำลา พี่ๆ เพื่อนๆ เพื่อไปปฏิบัติภาระกิจเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงานของแพรวค่ะ คือ แพรวได้รับข้อเสนอที่น่ารักเพื่อเข้าไปช่วยทีมงาน รีสอร์ทครอบครัวน่ารักแห่งหนึ่งในประเทศตุรกี น่าตื่นเต้นดีมั๊ยค่ะ โดยได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วมด้วยเกือบจะทุกฟังก์ชั่นงาน ยกว้นการลงทุน 5555 จึงขึ้นว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีเพราะคอนเซ้ปของรีสอร์ทเน้นเพื่อ Wellness Life และสุขภาพ แพรวเลยปรึกษากับครอบครัวและใจของตนเองว่า น่าจะลองดูสักตั้ง

ก็หวังจะหอบวิชาที่เรียนมาจากสวิส บวกประสบการณ์ จากที่นี่ไปตะลุยตุรกี และหวังว่าจะพบกันคนน่ารัก ทีมงานและเมืองน่ารัก ในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ

สำหรับการลางานที่นี่ แพรวต้องรีบแจ้งหัวหน้างานและทางฝ่ายบุคคล เพื่อประสานงานเรื่องต่างๆไว้ให้เค้าไม่เสียงานนะคะ และก็คงต้องเตรียมงาน Farewell ซะนิดหน่อย ฮิ ฮิ

แพรวว่าถ้าเข้าที่เข้าทางแล้ว คงมีโอกาสได้เล่าเรื่องสนุกๆให้พี่ๆเพื่อนๆฟังตอนต่อในตุรกีนะคะ

ว่าที่สาวตุรกี
แพรว

7 มกราคม 2552

สวัสดีค่ะ

วันนี้มีเรื่องหวุดหวิดมาเล่าให้ฟังอีกแล้วค่ะ เริ่มเลยนะคะไม่ให้เสียเวลา คือช่วงที่ผ่านมาเนี่ยมีแขกมาพักที่โรงแรมไม่มากนักใช่มั้ยคะ ทางโรงแรมก็เลยกันห้องส่วนนึงให้เป็นห้อง out of service ไป ซึ่งห้องเหล่านี้ก็จะไม่มีใครสามารถ check in แขกเข้าไปได้ ก็จะเป็นห้องที่ไม่ได้รับความดูแลเท่าไหร่ จนกว่าจะถึงเวลาที่มีคนมาพักเยอะขึ้น ทางโรงแรมก็จะ release ห้องเหล่านี้ออกมาเพื่อรองรับแขก

วันนี้ใน section ที่แพรวดูแล มีห้อง out of service อยู่ 65 ห้องค่ะ ถูกกันไว้ตั้งแต่เมื่อห้าวันก่อน แต่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่มีบริษัทใหญ่เข้ามาสัมมนาแล้วก็จะเข้าพักในห้องเหล่านี้ค่ะ วันนี้แพรวเลยวางแผนว่าจะเข้าไปปัดฝุ่นในห้องซะหน่อย พอเปิดเข้าไปห้องแรก ปรากฏว่าห้องนี้ยังไม่ได้ทำความสะอาด แพรวก็คิดในใจว่า เออ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะส่งข่าวให้ manager ของ 2nd shift ทราบ แล้วให้เค้าหาคนมาช่วยทำความสะอาดให้

เปิดไปห้องที่ 2 เอ๋…เป็นห้องที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดอีกแล้ว คราวนี้ก็เริ่มใจไม่ดีแล้วค่ะ ชักกลัวว่า แล้วห้องที่เหลือจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย เลยเริ่มเช็คห้องทุกห้องที่ถูกกัน out of service ไว้ทั้ง 60 กว่าห้อง ปรากฏว่า มีห้องที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดถึง 50 ห้องค่ะ แพรวก็เลยรีบรายงานให้ assistant director ของแผนกทราบ แล้วก็เริ่มสั่งให้ houseman (เค้าเป็นคนเดินเก็บผ้าปูที่นอนใช้แล้วกับขยะจากรถเข็นของแม่บ้านทุกคนใน section อีกทีค่ะ) เข้าไปในห้องเหล่านั้นเพื่อ strip the beds (ไม่รู้ภาษาไทยเค้าเรียกว่ายังไงอ่ะค่ะ) แล้วก็เอาขยะออกมาจากทุกห้องให้หมดค่ะ แต่ว่าตั้ง 50 ห้อง ให้เค้าทำคนเดียวคงไม่ไหว แพรวก็เลยลงมือทำเองครึ่งนึงค่ะ คือ เปิดเข้าไปในห้องปั๊บ ก็เริ่มดึงผ้าปูที่นอน ถอดปลอกหมอน เก็บขยะออกจากห้อง เก็บผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัวใช้แล้วออกมาใส่ถุงแล้ววางไว้หน้าห้อง แล้วเดี๋ยว houseman ก็จะมาเก็บไปรวมใส่รถเข็นอีกทีนึงค่ะ

กว่าจะทำเสร็จ เล่นเอาล้าไปหมดเลยค่ะทั้งแขนซ้ายแขนขวา เพราะว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา แล้วก็เป็นงานที่ต้องใช้แรงงานมากจริงๆ วันนี้กลับบ้านมาแทบจะยกแขนจับช้อนกินข้าวแทบไม่ไหว แต่ก็ดีค่ะ นานๆ ทีจะได้ออกกำลังกายที (แต่ช่วงนี้ชักถี่แฮะ ตั้งแต่ทำความสะอาดห้องกับ manager คนอื่นๆ ละ เหอๆๆ) ส่วนเรื่องห้องที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด แพรวก็โชคดีมากค่ะ ที่ค้นเจอห้องสกปรกได้ทันเวลาทางแผนกก็เลยโทร.ตามแม่บ้านที่หยุดอยู่บ้านมาช่วยเพิ่มอีก แล้ว 2nd shift ก็ส่งคนไปทำความสะอาดต่ออีกตอนเย็นค่ะ

.

จบข่าว

แพรว

.

ภาคผนวก

Out of order กับ Out of service ต่างกันอย่างไร?
ห้อง out of order กับ out of service
ต่างก็เป็นห้องที่ทางโรงแรมจะไม่ขาย หรือ ไม่ check inแขกเข้าไปพักในห้องนั้นๆ นะคะ แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกันเล็กน้อยค่ะ คือห้องที่เรียกว่า out of order คือห้องที่มี function บางอย่างผิดปรกติ เช่น แอร์ไม่เย็น น้ำร้อนไม่ทำงาน โซฟาหัก มีมดหรือแมลงในห้อง ฯลฯ ฝ่าย engineering ต้องเข้ามาดูแลซ่อมแซมเสียก่อนถึงจะกลับมาเป็นห้องที่ใช้งานได้อีกครั้งนึงค่ะ แต่ว่าห้อง out of service เนี่ย เป็นห้องที่ทุกอย่างทำงานเป็นปกติดีหมดเพียงแต่ว่าทางโรงแรมกันเอาไว้ไม่ให้แขกเข้าพักเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น เมื่อมี occupancy rate ต่ำๆ ก็จะกันห้องออกไปเป็นโซนหรือ เป็นชั้น แล้วก็ปิดทั้งโซนนั้นหรือทั้งชั้นนั้นไปเลย เพื่อประหยัดพลังงาน และ ประหยัดแรงงานแขกจะได้ไม่พักกระจัดกระจายทั่วไปหมดยังไงล่ะคะ

5 มกราคม 2552

สวัสดีปีใหม่ค่า…

วันนี้มีเรื่องมาเล่าอีกแล้วค่ะ ขอตั้งชื่อเรื่องว่า managers รวมพลังนะคะ เรื่องก็มีอยู่ว่า ด้วยปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองในขณะนี้ ส่งผลให้คนอเมริกันเดินทางน้อยลง เที่ยวน้อยลง ทำให้รายได้ของโรงแรมลดลงอย่างมากค่ะ สิ่งที่ตามมาก็คือ โรงแรมเริ่มลดชั่วโมงทำงานของพนักงานลง พยายามไม่ให้มีการจ่ายโอที (Over time) เพราะว่าค่าแรงต่อชั่วโมงจะแพงขึ้น 1.5 เท่าถ้าเป็นโอที แม่บ้านบางคนนะคะ ได้มาทำงานแค่อาทิตย์ละ 2 วันเอง แต่ทางโรงแรมก็ดีมากค่ะ คือไม่มีการเชิญพนักงานออก แต่เฉลี่ยชั่วโมงทำงานให้น้อยลงเท่านั้นเอง

เรื่องมันเริ่มจากว่า เมื่อช่วงปีใหม่ที่ Universal Studio เค้าจัดงานฉลองปีใหม่ยิ่งใหญ่มากค่ะ มีคนมาเที่ยวเยอะมาก ห้องในโรงแรมถูกจองเต็มหมด…แต่แค่ 2 วันนะคะ แล้วหลังจากนั้น occupancy rate ก็ตกฮวบเลยทีเดียว จากเต็ม 1000 ห้องในคืนวันสิ้นปี check out 400 ห้องตอนวันปีใหม่ แล้วอีก 400 ห้องในวันต่อมา แต่ด้วยความว่าเรายังต้องอยู่ในช่วงนโยบายรัดเข็มขัด ทางแผนกเลยจัดตารางการทำงานให้มีแม่บ้านมาทำงานแค่พอกับจำนวนห้อง stay over กับ check in เท่านั้น แล้วสำหรับคุณแม่บ้านแล้ว การทำความสะอาดห้อง check out ที่เป็นครอบครัวมาพัก ห้องละ 4-5 คนนั้น เป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะสภาพห้องจะเละเทะมากกว่าแขกที่เป็นกลุ่มสัมมนาหลายเท่านัก ทำให้เช้าวันที่ 1 มีแม่บ้านโทร.มาลาป่วย (การเมืองรึเปล่าไม่รู้นะคะ) 3 คน …เอาล่ะสิ คนไม่พอทำความสะอาดห้อง ทางแผนกก็พยายามโทร.ตามพวกแม่บ้านที่หยุดอยู่บ้านให้มาทำงาน แต่ก็ไม่สำเร็จค่ะ ไม่มีใครอยากมาทำงานจะปล่อยไว้ทำความสะอาดวันหลังก็ไม่ได้เพราะว่า front desk ก็โทร.เรียก วอ.เรียกอยู่ยิกๆ ว่าอยากได้ห้อง ผลสุดท้ายก็คือ manager ทั้ง 6 คนในแผนกนั่นแหล่ะค่ะ ตัดสินใจช่วยกันทำความสะอาดห้อง

โห…ตอนแรกนึกว่าเค้าพูดขำๆนะคะ แต่ว่าเอาจริงค่ะก็แบ่งหน้าที่กันใหญ่ว่าใครทำอะไร แพรวโชคดีค่ะ ได้ปัดฝุ่น เช็ดโต๊ะ แล้วก็ทำความสะอาดชุดทำกาแฟ บางทีก็ล้างห้องน้ำบ้าง manager คนอื่นๆ ก็แบ่งกันล้างห้องน้ำ ทำเตียง เก็บขยะ ดูดฝุ่น ฯลฯ บรรยากาศในห้องพักดูวุ่นวายมากค่ะ ทุกคนวิ่งเข้าวิ่งออกกันใหญ่ แต่ว่าก็สนุกแล้วก็เสร็จเร็วมากค่ะ แค่ 10 นาที ถึงจะเป็นห้อง check out สุดเละเทะที่เป็นผลจากครอบครัว 5 คนอัดกันอยู่ก็เสร็จสะอาดสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ทำให้คนที่มาเห็นงงและอึ้งไปตามๆกัน ฝ่าย engineering ที่เดินผ่านมาเห็นถึงกับต้องแอบมาถามว่า “นี่แขกระดับ super dooper VIP เหรอเนี่ย ถึงได้ต้องเอา manager ทั้ง 6 คน มาทำความสะอาดด้วยตัวเอง?” เวลาที่เดินผ่านไปยัง section ของแม่บ้านแต่คน คุณแม่บ้านถึงกับออกอาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะนึกว่าตัวเองกำลังจะเดือดร้อน อยู่ๆ มี manager ตั้ง 6 คนเดินมาหา บางคนรีบวิ่งมาถามว่า “what happen mommy?! The room no clean?!!? I clean! I clean! I clean room good!!!” ว่าไปนั่นค่ะ โฆษณาไว้ก่อนเพราะกลัวมีปัญหา ฮ่าๆๆๆ

พอจบวัน manager หลายคนถึงกับออกอาการเหนื่อยล้าเลยทีเดียวก็เล่นทำไปเกือบ 20 ห้อง ส่วนแพรวก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ เหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็มันดี งานนี้สอนให้รู้ว่า ต่อให้เป็น manager ก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นก็ต้องทำได้ทุกอย่างนะคะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ ไว้มีอะไรจะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ

แพรว

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.